Phra Vicaranayanamuni พ่อท่าน มิตร สีลคุโณ (Than Mith)

พระวิจารณญาณมุนี (มิตร สีลคุโณ)

พระวิจารณญาณมุนี นามเดิมชื่อ มิตร นามสกุล มณีรัตน์ เกิดวันเสาร์ ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย ตรงกับวันที่ 27 เดือนเมษายน พ.ศ. 2473 บิดาชื่อ นายเสาร์ มณีรัตน์ มารดาชื่อนางหมวก มณีรัตน์ ณ บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 5 ตำบลรีเป็ก อำเภอปาเซร์มัส รัฐกลันตัน สหพันธรัฐมาเลเซีย

การศึกษา

สำเร็จการศึกษาประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนเพ็ชรนุกูล อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พ.ศ. 2500 สอบได้ นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนวัดอุตตมาราม อำเภอปาเซร์มัส รัฐกลันตัน สหพันธรัฐมาเลเซีย การศึกษาพิเศษ ชำนาญภาษายาวี ภาษามาเลเซีย และภาษาจีน ความชำนาญพิเศษ มีความสามารถในการออกแบบแปลนและงานด้านก่อสร้าง

การปกครอง

พ.ศ. 2529 ได้รับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าอาวาสวัดอุตตมาราม พ.ศ. 2538 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดอุตตมาราม พ.ศ. 2535 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดอุตตมาราม พ.ศ. 2535 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะใหญ่รัฐกลันตัน (เจ้าคณะจังหวัด) งานด้านการศึกษา พ.ศ. 2501 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดอุตตมาราม พ.ศ. 2530 ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการคุมห้องสอบธรรมสนามหลวง ในรัฐกลันตันพร้อมทั้งเป็นกรรมการตรวจข้อสอบธรรมสนามหลวง พ.ศ. 2536 ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าอาวาสทุก ๆ วัดในรัฐกลันตัน จัดตั้งโรงเรียนสอนภาษาไทยขึ้นภายในวัด เพื่อเป็นการอนุรักษ์ภาษาไทย ให้แก่เด็กที่เป็นคนไทยและจีน ทำการสอนตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2536 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน เปิดสอนตั้งแต่ ป.1-ป.2 ขณะนี้มีจำนวนนักเรียนประมาณ 200 คน และได้ให้ความอุปถัมภ์จัดหาหนังสือ สมุด ดินสอ พร้อมกับสละปัจจัยให้แก่ผู้สอนเป็นค่าตอบแทน
การส่งเสริมด้านการศึกษา

ให้ทุนการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณรที่ยากจนเป็นประจำทุกปี และถ้าหากว่าพระภิกษุหรือสามเณรรูปใด มีความประสงค์ที่จะไปเรียนต่อในแผนกธรรมและบาลี ก็ได้จัดทุนถวายเป็นกรณีพิเศษ พร้อมทั้งจัดหาที่พักในประเทศไทยให้ ส่วนเยาวชนนั้นถ้าสอบผ่านธรรมศึกษาธรรมตรี-เอก ก็จะจัดรางวัลเพื่อมอบให้เป็นกำลังในเป็นประจำทุกปี ส่วนผู้ที่สอบภาษาไทยผ่านในระดับประถมศึกษา 1-4 ได้คะแนนเป็นลำดับที่ 1-3 ก็จัดทุนการศึกษาให้คนละ 1 ทุน

งานด้านการเผยแผ่

ท่านเป็นหัวหน้าพระธรรมทูตได้ออกปฏิบัติงานในหน้าที่ ในเขตรับผิดชอบ ในรัฐกลันตัน รัฐตรังกานู รัฐปาหัง และมีการจัดพิธี (กิจกรรม) ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น พิธีวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอัฎฐมีบูชา เพื่อให้พระภิกษุ สามเณร และประชาชน ได้มาบำเพ็ญกุศลประกอบการเวียนเทียนทุก ๆ ปี

งานสาธารณูปการ

ได้ก่อสร้างซุ้มประตูวัดต่อจากพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระวิจารณญาณมุนี (จันทร์ เกสโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดอุตตมาราม ที่ได้สร้างค้างไว้ซึ่งท่านได้มรณภาพเสียก่อน โดยซุ้มประตูยังไม่ทันแล้วเสร็จ พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระวิจารณญาณมุนี (มิตร สีลคุโณ) จึงมาสานต่อและสร้างสะพานทางเข้าวัดและกำแพงปูนกันตลิ่งพังบริเวณลำคลองข้างวัดและได้สร้างศาลาการเปรียญ ลักษณะทรงไทย 2 ชั้น เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก และกุฏิสำหรับแม่ชีเป็นอาคารคอนกรีต 2 ชั้น พร้อมทั้งสร้างถนนลาดยางมะตอยเข้าวัด และบูรณปฏิสังขรณ์ศาลาอเนกประสงค์ และหอฉัน และซ่อมแซมอุโบสถรวมถึงหอระฆังจนอยู่ในสภาพที่สามารถใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติกิจของสงฆ์ได้เป็นอย่างดี

งานสาธารณะสงเคราะห์

ได้ช่วยเหลือเด็กกำพร้าและผู้ประสบภัยน้ำท่วม และได้ร่วมบริจาคเพื่อสมทบสร้างศูนย์แพทย์สิริกิติ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี บริจาคร่วมงานบำเพ็ญกุศลงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสามพระยา และบริจาคร่วมสร้างกำแพงวัดอุตตมญาณมุนีที่ประเทศสิงคโปร์ ได้เข้าร่วมช่วยเหลือในงานพระราชทานเพลิงศพพระราชธรรมสุนทร วัดพิชยญาติการาม และได้ซ่อมแซมถนนเข้าหมู่บ้านหลายสาย เพื่อความสะดวกแก่ประชาชนผู้ที่เดินทางไปวัด

หน้าที่การปกครองคณะสงฆ์

ตั้งแต่ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะใหญ่รัฐกลันตัน ปี พ.ศ. 2538 ได้ดำเนินการออกตรวจเยี่ยมทุก ๆ วัดในเขตการปกครอง และได้ช่วยพิจารณาวางแบบแปลนการก่อสร้างให้กับเจ้าอาวาสทุก ๆ วัดในเขตการปกครอง และได้พิจารณาวางแบบแปลนการก่อสร้างให้กับเจ้าอาวาสทุก ๆ วัดที่มีความประสงค์จะก่อสร้าง
ได้จัดประชุมพระสังฆาธิการในเขตปกครองเกี่ยวกับการปกครอง การศึกษาการเผยแผ่ และการสาธารณูปการ
ควบคุมดูแลพระภิกษุที่เดินทางมายังรัฐกลันตัน
จัดอบรมพระภิกษุ สามเณร ผู้ที่มีพรรษาไม่ถึง 5 เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระธรรมวิจัย และกิริยามารยาท
เมื่อมีการสร้างวัดหรือสำนักงานสงฆ์ในที่ไม่ควร ก็ได้ดำเนินการแจ้งให้ประธานองค์การ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายบ้านเมือง เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่คณะสงฆ์
ถ้ามีอธิกรณ์เกิดขึ้นกับทางคณะสงฆ์ ท่านจะเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เป็นที่เรียบร้อย และบางครั้งจำเป็นต้องนิมนต์ให้ออกไปจากรัฐกลันตัน เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา
งานพิเศษ

เมื่อปี พ.ศ. 2535-2541 เป็นกรรมการประชุมองค์การพุทธศาสนามาเลเซีย-ไทย ที่วัดไชยมังคลาราม รัฐปีนัง พร้อมทั้งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการบริหารองค์การพุทธศานามาเลเซีย-ไทย

สมณศักดิ์

พ.ศ 2500 ได้รับแต่งตั้งเป็นปลัด ฐานุนุกรม ของพระวิจารณญาณมุนี (ครน ปุณฺณสุวณฺโณ) เจ้าคณะใหญ่รัฐกลันตัน เจ้าอาวาสวัดอุตตมาราม

พ.ศ. 2535 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นโท ที่ พระครูสีลคุณาภรณ์ และในปีเดียวกันได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่ที่รัฐกลันตัน (เจ้าคณะจังหวัด) โดยสุลต่านกลันตัน เป็นผู้เสด็จพระราชทานแต่งตั้งด้วยพระองค์เอง

พ.ศ. 2541 ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะ ชั้นสามัญ ในราชทินนาม ที่ พระวิจารณญาณมุนี

อวสานแห่งชีวิด

พระเดชพระคุณพระวิจารณญาณมุนี (มิตร สีลคุโณ) โดยปกติมีสุขภาพแข็งแรงและอารมณ์ดี สามารถสอนงานของคณะสงฆ์ได้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด เป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่มีคุณธรรมสูง พูดจาตรงไปตรงมาไม่ถือตัว จึงเป็นที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสของพุทธบริษัท ท่านได้มรณภาพเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2544 เวลาประมาณ 17.00 น. ด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ณ วัดอุตตมาราม สิริรวมอายุได้ 72 ปี พรรษา 52

A Biography of Phra Wijarannayanmuni III (Mitr Silakhuno)
Mitr Silakhuno was the third Phra Wijarannayanmuni in Kelantan. When he was born, he was given the name Mitr Manirat. Mitr was born on Saturday, 27th April 1939. His father’s name was Sau Manirat and his mother was Muak. They lived in the village of Bangsek in the district of Pasir Mas, Kelantan.

Mitr completed four years of Primary education at Phetchanukun School in the district of Nong Chick, Pattani Province, Thailand. He also completed the highest grade in the annual Buddhist studies examinations (nak tham ek) held at Wat Uttamaram. Mitr was conversant in Malay, Thai and Chinese (Hokkien). Education was close to Phra Mitr’s heart. In 1958, he began teaching Buddhist Studies (nak tham) at Wat Uttamaram’s school. By1987, he was Kelantan’s representative to Thailand’s annual Buddhist examinations (sob tham sanam luang) conducted by Bangkok’s Buddhist council. The examinations are held throughout Thailand and Malaysia with the papers set in Bangkok. Phra Mitr was also on the committee that oversaw the grading of the examinations in Kelantan. Phra Mitr was instrumental in advocating that all temples in Kelantan offer Thai language classes for Malaysian Thai children in the state. To date, most Thai temples in Kelantan offer elementary classes in reading and writing for Thai village children. Classes range from Primary 1 through 4 and are taught by both monks and senior students. In line with his positive views on education, Phra Mitr would offer scholarships to monks and novices who intended to further their studies in Buddhism in Thailand. Scholarships and cash prizes were also awarded to lay students who had excelled in their Thai examinations securing first to third places.

Mitr was ordained as monk in 1948 under the Preceptor of Phra Wijarannayanmuni (Khron). In 1957, the first Phra Wijarannayanmuni of Kelantan who was also the abbot of Wat Uttamaram awarded Phra Mitr the monastic title of Phra Palad. Five years later in 1962, he was awarded the title of Phra Khru (Phra Khru Silakhunaphorn) and made Deputy Chief Monk of Kelantan by the then sultan of Kelantan. In 1998, King Bhumibol Adulyadej appointed Phra Khru Mitr to the rank of Phra Wijarannayanmuni (Phra Rachakhana Chan Saman).

In 1986, he was promoted to be the Deputy Abbot of Wat Uttamaram. He took over abbotship of the temple in 1992. Three years later, he was promoted by the monastic council to be Overseer of Monks in the state of Kelantan (chao khana yai rat Kelantan) that was an equivalent grade as Thailand’s Overseer of Provincial Monastic Administration (chao khana changwat). As part of his monastic duties, he had to visit all the temples in Kelantan and see to their management, working in tandem with the abbots of each temple. He was also instrumental in organising meetings for monks in Kelantan with regards to issues of monastic administration and Buddhist education. In particular, meetings (ob-rom) were organised annually for monks and novices who had been in the Order for less than five years. These meetings were to introduce the monks and novices to monastic discipline and decorum. His duties as Monastic administration also entailed him to pay particular attention to monks who set up their own temples and residences in Kelantan without formal approval. These activities were illegal and thus had to be curtailed. In the most serious cases, monks were expelled from Kelantan for disobeying local monastic regulations. Between 1992 and 1998, Phra Mitr was a committee member of the Malaysian-Thai Buddhist Association based in Wat Chaiyamangkalaram in Penang.

Throughout his illustrious monastic career, Phra Wijarannayanmuni (Mitr) was active in building. He completed the construction of Wat Uttamaram’s gateway after the temple’s abbot passed away. He also built the cement wall around the temple’s ground as well as the two-storey Teaching pavilion (sala karn parien). His other works include the nun’s quarters at the temple and the paved road leading into the temple. He also restored older buildings in Wat Uttamaram, including the ordination hall (ubosot), belfry (hor rakhang), public pavilion (sala anek prasong) and the dining hall (hor chan). He was also instrumental in the construction of buildings in Singapore’s Wat Uttamayanmuni.

Besides religious works, Phra Wijarannayanmuni (Mitr) was active in social work. Throughout his life he assisted orphans and victims of flooding. He had roads built and repaired in the village so that villagers could travel to the temple with ease. He also donated funds to the construction of the Sirikit Medical Center at the Ramathibodi Hospital as part of the cremation ceremony of Wat Samphraya’s Phra Kosacharn.

For most of his life Phra Wijarannayanmuni (Mitr) was healthy. He did not suffer from major ailments. Phra Wijarannayanmuni passed away from a heart attack in Wat Uttamaram on the 25th of May 2001 at about 5pm.

Hits: 241

0

Your Cart